สถานีความรู้ สถานีแรกบนเส้นทางแห่งการตัซกียะฮฺ
เขียนโดย เชค ยูสุฟ อัล เกาะเราะฎอวียฺ อาอิช แปลและเรียบเรียง การตัซกียะฮฺนั้นเป็นการงานที่สำคัญเหนือมุสลิมทุกคน มันเป็นเส้นทางที่ยาวไกลจำเป็นที่เราจะต้องผ่านสถานีต่างๆที่อยู่ในเส้นทางนี้และสถานีแรกก็คือ “สถานีความรู้”....
สองเส้นทางสำหรับมนุษย์ระห่างความกตัญญูกับการเนรคุณ การตัซกียะฮ คือการขัดเกลาจิตใจมนุษย์ ซึ่งอัลลอฮฺทรงให้ลักษณะแก่มนุษย์ว่า เป็นผู้อธรรมงมงายเป็นผู้ดื้อดึงปฏิเสธยิ่ง เป็นผู้เนรคุณต่อพระเจ้าของเขาและถูกสร้างมาเป็นคนที่หวั่นไหวและเมื่อความ ทุกข์ยากประสบแก่เขาก็ตีโพยตีพายและเมื่อคุณความดีประสบแก่เขาก็หวงแหน มนุษย์นั้นอัลลอฮฺทรงดลใจให้มันรู้ทางชั่วและทางสำรวมของมัน มนุษย์นั้นอัลออฮฺทรงทดสอบเขาด้วยการชี้ แนะและให้รู้จักสองเส้นทางคือเส้นทางแห่งความดีและเส้นทางแห่งความชั่ว “แท้จริงเราได้ชี้แนะแนวทางให้แก่เขาแล้วบางทีเขา เป็นผู้กตัญญูและบางทีเขาเป็นผู้เนรคุณ” 3:76 มนุษย์ไม่สามารถทำการชำระจิตใจและให้ความบริสุทธิ์แก่ตัวของเขาเองได้ จนกว่าเขาจะต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตัวเขาออกจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ ความใคร่และการยอมแพ้ต่อลักษณะนิสัยที่ไม่ดี จนกระทั่งเขาได้รับผลสำเร็จและได้ยกจากสถานะของความเป็นสัตว์เดรัจฉานไปสู่สถานะของความเป็นมนุษย์หรือสถานะเช่นเดียวกับมลาอิกะฮฺ เหล่านี้จะยังไม่สมบูรณ์นอกจากเขาจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ ดังที่ร่างกายต้องฝึกฝนให้ได้มาซึ่งความตักวาและการยอมจำนนต่อัลลอฮฺ ชีวิตหนึ่งจะต้องทำการฝีกฝน การขัดเกลาและการต่อสู้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำ นั่นคือหนทางของผู้ที่ดำเนินตามเส้นทางนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา กล่าวว่า “และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเราแน่นอนเราจะชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขาสู่ทางของเรา และแท้จริงอัลลอฮทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทำความดีทั้งหลาย” (69:29) จำเป็นที่พวกท่านจะต้องต่อสู้และการต่อสู้ของพวกท่านนั้นจะต้องอยู่ในแนวทางของอัลลอฮฺเพื่อหวังความพอพระทัยของพระองค์ จนกระทั่งพวกท่านได้รับทางนำจากพระองค์ สถานีแรกบนเส้นทางการตัซกียะฮฺคือ สถานีความรู้ การขัดเกลาจิตใจ เป็นการงานที่จำเป็นเหนือมุสลิมทุกคน “แน่นอนผู้ขัดเกลาชีวิตย่อมได้รับผลสำเร็จ และแน่นอน ผู้หมกมุ่น(ด้วยการทำชั่ว) ย่อมล้มเหลว” 9-10: 91 มันคือเส้นทางที่ยาวไกลจำเป็นที่ท่านจะต้องผ่านสถานีต่างๆที่มีหลายระดับขั้นตอนในเส้นทางนี้จนท่านมาถึงสุดทางของมัน สถานีต่างๆเหล่านี้กว้างขวางจนเราไม่สามารถที่จะพูดถึงรายละเอียดของมันได้หมด แต่ทว่าเราจะพูดถึงสถานีที่สำคัญๆที่จะนำพาเราไปสู่อัลลอฮฺ ไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺและสวนสวรรค์ และสถานีแรกบนเส้นทางนี้คือ “สถานีความรู้ ” หรือ “ สถานีแห่งความเข้าใจ” ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนทิศทางของท่านให้เชื่อมโยงอยู่กับหลักฐานที่ชัดเจน บนแสงสว่างและความกระจ่างชัด ท่านจะต้องเข้าใจว่าท่านจะเดินไปสู่อะไร? และจะเดินไปอย่างไร? ท่านอย่าเดินบนความมืดบอด ในอิสลามเราจะไม่พูดว่า “จงยึดมั่นโดยที่ท่านยังคงมืดบอด” หรือว่า “ศรัทธาก่อนแล้วค่อยหาความรู้” จำเป็นที่ท่านจะต้องเรียนรู้เส้นทางของท่านเสียก่อน อีหม่าม บุคอรียฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ กล่าวว่า“บทความรู้มา ก่อนบทการกระทำ” และท่านอ้างหลักฐานในเรื่องนี้ ด้วยพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่า“ฉะนั้นพึงรู้เถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้) นอกจากอัลลอฮฺ และจงขออภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเจ้าและเพื่อบรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ ศรัทธาหญิง” (19:47) จงหาความรู้ก่อนแล้วตามด้วยการขออภัยโทษ เพราะว่าการขออภัยโทษนั้นเป็นการปฏิบัติ ความรู้ถูกนำมาก่อนการปฏิบัติและจากหลักฐานดังกล่าวนี้เองที่อัลลอฮฺได้ประทานอัล กุรอานลงมาเป็นครั้งแรกว่า “จงอ่าน ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของผู้ทรงบังเกิด” (1:96) และการอ่านคือกุญแจของความรู้และความเข้าใจก่อนที่พระองค์จะประทานกฎเกณฑ์ คำสั่งใช้และคำสั่งห้ามต่างๆ การที่พระองค์ทรงใช้ให้อ่านก็คือการเรียนรู้ “ผู้ทรง สอนการใช้ปากกา,ผู้ทรง สอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้”(4-5:96) ดังนั้นพระองค์จึงประทาน(กุรอาน)หลังจากนี้ว่า “โอ้ผู้ห่มกายอยู่เอ๋ย จงลุกขึ้น แล้วประกาศตักเตือน และแด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกรียงไกร(ต่อพระองค์) และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด และสิ่งปรกก็จงหลบหนีให้ห่างเสีย และจงอย่าทำคุณ เพื่อหวังการตอบแทนอันมากมาย และเพื่อพระเจ้าของเจ้านั้นจงอดทน” (1-7:74) พระองค์ทรงสั่งใช้ว่าเขาจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของเขาเพื่ออัลลอฮฺ และเพื่อตัวเขาเอง แด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกรียงไกร(ต่อพระองค์) และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด(ที่จะต้องกระทำหรือละทิ้ง) และสิ่งสกปรก คือ การลงโทษและสาเหตุของการลงโทษคือความชั่ว ดังนั้นจงหลีกห่างเสียและเพื่อพระเจ้าของเจ้านั้นจงอดทน แท้จริงเส้นทางอันยาวไกลมันก็ต้องใช้ความอดทนที่ยาวนานเช่นเดียวกัน อิสลามเริ่มต้นด้วยความรู้ก่อนการกระทำ และด้วยเหตุนี้จำเป็นสำหรับผู้ใดก็ตามที่ต้องการเดินทางไปสู่อัลลอฮฺ ตะอาลา และต้องการที่จะขัดเกลาจิตใจนั้นเขาจะต้องเรียนรู้ เขาจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นฟัรดูสำหรับเขา อาทิ สิทธิของพระผู้เป็นเจ้า สิทธิของตัวเขา สิทธิของครอบครัว สิทธิของเพื่อนบ้าน สิทธิของสังคม สิทธิของประชาชาติ สิทธิของมนุษย์ทั้งหมด ทั้งหมดนี้จำเป็นที่เขาจะต้องนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อที่เขาจะได้ดำเนินไปบนเส้นทางแห่งแสงสว่าง ด้วยเหตุนี้การแสวงหาความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคน มีศาสตร์หนึ่งที่เป็นฟัรดูกิฟายะฮสำหรับบางคนจำเป็นที่จะต้องเรียน รู้มันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์กับอีกบางส่วน ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเป็นคนรู้ไปทั้งหมด อาทิเช่น ความรู้ในเรื่องฟิกฮ ความรู้ในการตัฟซีร หรือว่าความรู้ในเรื่องหะดีษ และเช่นกันไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเป็น นักฟิสิกส์ นักเคมี วิศวกรหรือแพทย์ ความรู้นั้นเท่าเทียมกันหมดไม่ว่าจะเป็น เรื่องศาสนาหรือทางโลกก็ตาม ในสิ่งที่เป็นฟัรดูกิฟายะฮจำเป็นเหนืออุมมะฮที่จะต้องมีจำนวนที่เพียงพอจากเหล่าผู้รู้(ทุกสาขาวิชา) โดยที่มันมีปริมาณที่เพียงพอในตัวมันเองและจะต้องไม่ไปพึ่งคนอื่นๆ นี่คือสิ่งที่อุลามาอได้เรียกว่า “ฟัรดูกิฟายะฮ” เมื่อบางส่วนหรือมีจำนวนที่เพียงพอได้ดำรงอยู่ บาปก็จะหล่นหายไปจากการดำเนินอยู่ของอุมมะฮ ถ้ามิเช่นนั้นแล้วอุมมะฮก็จะรับบาปกันทั้งหมด จำเป็นเหนืออุมมะฮที่จะต้องมี อันได้แก่ อุลามาอและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในทุกศาสตร์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นทางศาสนา หรือว่าทางโลกก็ตาม เป็นผู้ที่จะคอยอุดช่องโหว่ในสิ่งที่บกพร่องและคอยที่จะตอบรับจากผู้เรียกร้องแห่งอุมมะฮนี้และเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความสมบูร ณ์เพื่อที่อุมมะฮนี้จะคอยให้ความช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป แต่มีอีกศาสตร์หนึ่งที่เป็นฟัรดูอีนเหนือมุสลิมทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ ได้แก่ เรื่องศาสนาของเขาที่จะต้องทำให้หลักอะกีดะฮของเขานั้นมีความถูกต้องเสียก่อน ในเรื่อง อุลูฮียาต นุบูวาต ซัมอียาต เขาจะต้องทำความเข้าในพระนามและคุณลักษณะต่างๆของอัลลอฮและแก่นแท้ของนบี โดยเฉพาะนบีคนสุดท้ายคือท่านนบีมุฮัมมัด ศ๊อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม และเหตุการณ์ต่างๆของวันกิยามะฮฺที่เขาสามารถเชื่อมไปถึงระดับของความยำเกรง ได้ จำเป็นที่เขาจะต้องทำความเข้าใจในเรื่อง ฮาลาลและฮะรอมให้มีความชัดเจนบนแนวทางของมัน เมื่อนั้นเขาก็จะไม่ตกอยู่ในการทำสิ่งที่ต้องห้าม(ฮะรอม)โดยที่เขาไม่รู้ตัว จำเป็นที่เขาจะต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกี่ยวพันกับเรื่องฮะรอม ถ้าเขาเป็นพ่อค้าสำหรับเขาก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องหลักการค้าขายและหลักการตลาด ถ้าเขาเป็นคนรวยจำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องเรียนรู้เรื่องของการจ่ายซะกาต แต่ถ้าเขาต้องการที่จะทำฮัจญเขาก็จะต้องเรียนรู้หลักการการทำฮัจญและยังมี อีกหลายเรื่องที่มุสลิมทุกคนจะต้องทำความเข้าใจสิ่งต่างๆที่มันมีความสำคัญ เช่น กฎเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องการทำความสะอาด การละหมาด การถือศีลอด ฯลฯ ........................................... |