Advertisement

เวทีคนหนุ่มสาวมุสลิม

โดย  เยาวชนฆุรอบาอ์

 

 

หน้าแรก..

กิจกรรมเยาวชนฆุรอบาอ์

โปรแกรมศึกษาหาความรู้ 
ภาษาอาหรับสำหรับผู้เริ่มต้น
   (ส ๑๑.๓๐ - ๑๒.๓๐ น.) สถานีความรู้ปัตตานี

ภาษาอาหรับ ระดับ 1
  
(ศ ๐๙.๐๐ - ๑๐.๓๐ น.) สถานีความรู้ปัตตานี
   (ศ ๑๐.๓๐ - ๑๒.๐๐ น.) สถานีความรู้ปัตตานี
   (ส ๐๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น.) สถานีความรู้ปัตตานี

EmanTalk
 โปรแกรมวะหฺยู
    (ส ๐๖.๓๐ - ๐๘.๓๐ น.) สถานีความรู้ปัตตานี
    (ศ ๑๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ น.) สถานีความรู้กรุงเทพฯ

   
"โค่นมหาอาณาจักณโรมัน"

    (อาทติย์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓
)
    (๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.) สถานีความรู้หาดใหญ่

Nadwatul Fityah ย่างเข้าสู่ปีที่ 12

        http://www.alghurabaa.org/old/images/logo.jpg

             อัสลามุ อะลัยกุม ฯ        

                  ความมุ่งหวังในการทำงานของทีมงาน ฟิตยะฮฺก็คือ ต้องการปลุกกระแสให้คนหนุ่มสาวมุสลิมหันมาสนใจอิสลามมากขึ้น เราจึงนำเสนอโปรแกรมต่างๆให้กับคนหนุ่มสาวเพื่อเป็นทางเลือก
 
             โปรแกรมนัดวะฮฺถือว่าเป็นโปรแกรมที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องซึ่งมีเนื้อหาที่ ยึดมั่นอยู่กับหลักคำสอนดั้งเดิมผ่านกระบวนการนำเสนอแบบสมัยใหม่ เป็นโปรแกรมเน้นการปรับเปลี่ยนทางความคิดและฝึกทักษะต่างๆเพื่อเตรียมพร้อม สำหรับคนหนุ่มสาวที่จะเข้าสู่การรับใช้อิสลาม
 
            เพราะเราต้องการเห็นคนหนุ่มสาวนั้นมีความเข้าใจอิสลามอย่างลึกซึ้ง เข้าใจถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริงของศาสนา เป็นคนที่สร้างความสมดุลกับทุกด้านของชีวิต จนนำไปสู่การสร้างประโยชน์ให้กับสังคม


        11-02-52
บรรณาธิการ

สถานีความรู้ : สถานีแรกบนเส้นทางแห่งการตัซกียะฮฺ PDF พิมพ์ อีเมล์

สถานีความรู้
สถานีแรกบนเส้นทางแห่งการตัซกียะฮฺ

 Sample Image

เขียนโดย เชค ยูสุฟ อัล เกาะเราะฎอวียฺ
อาอิช แปลและเรียบเรียง

 

การตัซกียะฮฺนั้นเป็นการงานที่สำคัญเหนือมุสลิมทุกคน มันเป็นเส้นทางที่ยาวไกลจำเป็นที่เราจะต้องผ่านสถานีต่างๆที่อยู่ในเส้นทางนี้และสถานีแรกก็คือ สถานีความรู้”....

สองเส้นทางสำหรับมนุษย์ระห่างความกตัญญูกับการเนรคุณ

            การตัซกียะฮ คือการขัดเกลาจิตใจมนุษย์ ซึ่งอัลลอฮฺทรงให้ลักษณะแก่มนุษย์ว่า เป็นผู้อธรรมงมงายเป็นผู้ดื้อดึงปฏิเสธยิ่ง เป็นผู้เนรคุณต่อพระเจ้าของเขาและถูกสร้างมาเป็นคนที่หวั่นไหวและเมื่อความ ทุกข์ยากประสบแก่เขาก็ตีโพยตีพายและเมื่อคุณความดีประสบแก่เขาก็หวงแหน มนุษย์นั้นอัลลอฮฺทรงดลใจให้มันรู้ทางชั่วและทางสำรวมของมัน  
            มนุษย์นั้นอัลออฮฺทรงทดสอบเขาด้วยการชี้ แนะและให้รู้จักสองเส้นทางคือเส้นทางแห่งความดีและเส้นทางแห่งความชั่ว
แท้จริงเราได้ชี้แนะแนวทางให้แก่เขาแล้วบางทีเขา เป็นผู้กตัญญูและบางทีเขาเป็นผู้เนรคุณ 3:76
           
มนุษย์ไม่สามารถทำการชำระจิตใจและให้ความบริสุทธิ์แก่ตัวของเขาเองได้ จนกว่าเขาจะต่อสู้เพื่อปลดปล่อยตัวเขาออกจากอารมณ์ใฝ่ต่ำ ความใคร่และการยอมแพ้ต่อลักษณะนิสัยที่ไม่ดี จนกระทั่งเขาได้รับผลสำเร็จและได้ยกจากสถานะของความเป็นสัตว์เดรัจฉานไปสู่สถานะของความเป็นมนุษย์หรือสถานะเช่นเดียวกับมลาอิกะฮฺ
Sample Image

เหล่านี้จะยังไม่สมบูรณ์นอกจากเขาจะต้องนำไปสู่การปฏิบัติ ดังที่ร่างกายต้องฝึกฝนให้ได้มาซึ่งความตักวาและการยอมจำนนต่อัลลอฮฺ ชีวิตหนึ่งจะต้องทำการฝีกฝน การขัดเกลาและการต่อสู้กับอารมณ์ใฝ่ต่ำ นั่นคือหนทางของผู้ที่ดำเนินตามเส้นทางนี้ อัลลอฮฺ ตะอาลา กล่าวว่า และบรรดาผู้ต่อสู้ดิ้นรนในทางของเราแน่นอนเราจะชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่พวกเขาสู่ทางของเรา และแท้จริงอัลลอฮทรงอยู่ร่วมกับผู้กระทำความดีทั้งหลาย (69:29) จำเป็นที่พวกท่านจะต้องต่อสู้และการต่อสู้ของพวกท่านนั้นจะต้องอยู่ในแนวทางของอัลลอฮฺเพื่อหวังความพอพระทัยของพระองค์ จนกระทั่งพวกท่านได้รับทางนำจากพระองค์                     

สถานีแรกบนเส้นทางการตัซกียะฮฺคือ สถานีความรู้

การขัดเกลาจิตใจ เป็นการงานที่จำเป็นเหนือมุสลิมทุกคน แน่นอนผู้ขัดเกลาชีวิตย่อมได้รับผลสำเร็จ และแน่นอน ผู้หมกมุ่น(ด้วยการทำชั่ว) ย่อมล้มเหลว 9-10: 91 มันคือเส้นทางที่ยาวไกลจำเป็นที่ท่านจะต้องผ่านสถานีต่างๆที่มีหลายระดับขั้นตอนในเส้นทางนี้จนท่านมาถึงสุดทางของมัน สถานีต่างๆเหล่านี้กว้างขวางจนเราไม่สามารถที่จะพูดถึงรายละเอียดของมันได้หมด แต่ทว่าเราจะพูดถึงสถานีที่สำคัญๆที่จะนำพาเราไปสู่อัลลอฮฺ ไปสู่ความพอพระทัยของอัลลอฮฺและสวนสวรรค์
           และสถานีแรกบนเส้นทางนี้คือ
สถานีความรู้ หรือ สถานีแห่งความเข้าใจท่านจะต้องปรับเปลี่ยนทิศทางของท่านให้เชื่อมโยงอยู่กับหลักฐานที่ชัดเจน บนแสงสว่างและความกระจ่างชัด ท่านจะต้องเข้าใจว่าท่านจะเดินไปสู่อะไร? และจะเดินไปอย่างไร? ท่านอย่าเดินบนความมืดบอด ในอิสลามเราจะไม่พูดว่า จงยึดมั่นโดยที่ท่านยังคงมืดบอดหรือว่า ศรัทธาก่อนแล้วค่อยหาความรู้ 

จำเป็นที่ท่านจะต้องเรียนรู้เส้นทางของท่านเสียก่อน อีหม่าม บุคอรียฺ รอฮิมาฮุลลอฮฺ กล่าวว่าบทความรู้มา ก่อนบทการกระทำและท่านอ้างหลักฐานในเรื่องนี้ ด้วยพระดำรัสของอัลลอฮฺ ตะอาลา ที่ว่าฉะนั้นพึงรู้เถิด ไม่มีพระเจ้าอื่นใด (ที่ถูกกราบไหว้โดยเที่ยงแท้) นอกจากอัลลอฮฺ และจงขออภัยโทษต่อความผิดเพื่อตัวเจ้าและเพื่อบรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ ศรัทธาหญิง (19:47)
            จงหาความรู้ก่อนแล้วตามด้วยการขออภัยโทษ เพราะว่าการขออภัยโทษนั้นเป็นการปฏิบัติ ความรู้ถูกนำมาก่อนการปฏิบัติและจากหลักฐานดังกล่าวนี้เองที่อัลลอฮฺได้ประทานอัล กุรอานลงมาเป็นครั้งแรกว่า
จงอ่าน ด้วยพระนามแห่งพระเจ้าของผู้ทรงบังเกิด (1:96) และการอ่านคือกุญแจของความรู้และความเข้าใจก่อนที่พระองค์จะประทานกฎเกณฑ์ คำสั่งใช้และคำสั่งห้ามต่างๆ การที่พระองค์ทรงใช้ให้อ่านก็คือการเรียนรู้ ผู้ทรง สอนการใช้ปากกา,ผู้ทรง สอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้(4-5:96)
             ดังนั้นพระองค์จึงประทาน(กุรอาน)หลังจากนี้ว่า
โอ้ผู้ห่มกายอยู่เอ๋ย จงลุกขึ้น แล้วประกาศตักเตือน และแด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกรียงไกร(ต่อพระองค์) และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด และสิ่งปรกก็จงหลบหนีให้ห่างเสีย และจงอย่าทำคุณ เพื่อหวังการตอบแทนอันมากมาย และเพื่อพระเจ้าของเจ้านั้นจงอดทน(1-7:74)  พระองค์ทรงสั่งใช้ว่าเขาจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของเขาเพื่ออัลลอฮฺ และเพื่อตัวเขาเอง แด่พระเจ้าของเจ้า จงให้ความเกรียงไกร(ต่อพระองค์) และเสื้อผ้าของเจ้า จงทำให้สะอาด(ที่จะต้องกระทำหรือละทิ้ง) และสิ่งสกปรก คือ การลงโทษและสาเหตุของการลงโทษคือความชั่ว ดังนั้นจงหลีกห่างเสียและเพื่อพระเจ้าของเจ้านั้นจงอดทน                                                                                                                                                      

แท้จริงเส้นทางอันยาวไกลมันก็ต้องใช้ความอดทนที่ยาวนานเช่นเดียวกัน อิสลามเริ่มต้นด้วยความรู้ก่อนการกระทำ และด้วยเหตุนี้จำเป็นสำหรับผู้ใดก็ตามที่ต้องการเดินทางไปสู่อัลลอฮฺ ตะอาลา และต้องการที่จะขัดเกลาจิตใจนั้นเขาจะต้องเรียนรู้
           เขาจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่เป็นฟัรดูสำหรับเขา อาทิ สิทธิของพระผู้เป็นเจ้า สิทธิของตัวเขา สิทธิของครอบครัว สิทธิของเพื่อนบ้าน สิทธิของสังคม สิทธิของประชาชาติ สิทธิของมนุษย์ทั้งหมด ทั้งหมดนี้จำเป็นที่เขาจะต้องนำไปสู่การเรียนรู้ เพื่อที่เขาจะได้ดำเนินไปบนเส้นทางแห่งแสงสว่าง ด้วยเหตุนี้การแสวงหาความรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมุสลิมทุกคน

           มีศาสตร์หนึ่งที่เป็นฟัรดูกิฟายะฮสำหรับบางคนจำเป็นที่จะต้องเรียน รู้มันเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์กับอีกบางส่วน ไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเป็นคนรู้ไปทั้งหมด อาทิเช่น ความรู้ในเรื่องฟิกฮ ความรู้ในการตัฟซีร หรือว่าความรู้ในเรื่องหะดีษ และเช่นกันไม่จำเป็นว่าทุกคนจะต้องเป็น นักฟิสิกส์ นักเคมี วิศวกรหรือแพทย์
           ความรู้นั้นเท่าเทียมกันหมดไม่ว่าจะเป็น เรื่องศาสนาหรือทางโลกก็ตาม ในสิ่งที่เป็นฟัรดูกิฟายะฮจำเป็นเหนืออุมมะฮที่จะต้องมีจำนวนที่เพียงพอจากเหล่าผู้รู้(ทุกสาขาวิชา) โดยที่มันมีปริมาณที่เพียงพอในตัวมันเองและจะต้องไม่ไปพึ่งคนอื่นๆ
           นี่คือสิ่งที่อุลามาอได้เรียกว่า
ฟัรดูกิฟายะฮเมื่อบางส่วนหรือมีจำนวนที่เพียงพอได้ดำรงอยู่ บาปก็จะหล่นหายไปจากการดำเนินอยู่ของอุมมะฮ ถ้ามิเช่นนั้นแล้วอุมมะฮก็จะรับบาปกันทั้งหมด จำเป็นเหนืออุมมะฮที่จะต้องมี อันได้แก่ อุลามาอและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในทุกศาสตร์ความรู้ไม่ว่าจะเป็นทางศาสนา หรือว่าทางโลกก็ตาม เป็นผู้ที่จะคอยอุดช่องโหว่ในสิ่งที่บกพร่องและคอยที่จะตอบรับจากผู้เรียกร้องแห่งอุมมะฮนี้และเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความสมบูรSample Imageณ์เพื่อที่อุมมะฮนี้จะคอยให้ความช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป               

          แต่มีอีกศาสตร์หนึ่งที่เป็นฟัรดูอีนเหนือมุสลิมทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ ได้แก่ เรื่องศาสนาของเขาที่จะต้องทำให้หลักอะกีดะฮของเขานั้นมีความถูกต้องเสียก่อน ในเรื่อง อุลูฮียาต นุบูวาต ซัมอียาต เขาจะต้องทำความเข้าในพระนามและคุณลักษณะต่างๆของอัลลอฮและแก่นแท้ของนบี โดยเฉพาะนบีคนสุดท้ายคือท่านนบีมุฮัมมัด ศ๊อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม และเหตุการณ์ต่างๆของวันกิยามะฮฺที่เขาสามารถเชื่อมไปถึงระดับของความยำเกรง ได้
           จำเป็นที่เขาจะต้องทำความเข้าใจในเรื่อง ฮาลาลและฮะรอมให้มีความชัดเจนบนแนวทางของมัน เมื่อนั้นเขาก็จะไม่ตกอยู่ในการทำสิ่งที่ต้องห้าม(ฮะรอม)โดยที่เขาไม่รู้ตัว จำเป็นที่เขาจะต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เกี่ยวพันกั
บเรื่องฮะรอม 
           ถ้าเขาเป็นพ่อค้าสำหรับเขาก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องหลักการค้าขายและหลักการตลาด ถ้าเขาเป็นคนรวยจำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องเรียนรู้เรื่องของการจ่ายซะกาต แต่ถ้าเขาต้องการที่จะทำฮัจญเขาก็จะต้องเรียนรู้หลักการการทำฮัจญและยังมี อีกหลายเรื่องที่มุสลิมทุกคนจะต้องทำความเข้าใจสิ่งต่างๆที่มันมีความสำคัญ เช่น กฎเกณฑ์ว่าด้วยเรื่องการทำความสะอาด การละหมาด การถือศีลอด ฯลฯ
...........................................
 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Frontpage Slideshow (version 2.0.0) - Copyright © 2006-2008 by JoomlaWorks
RocketTheme Joomla Templates

ไม่สงวนสิทธิ์ในการนำบทความนี้ไปเผยแพร่ในหนทางที่ถูกต้อง มิใช่เพื่อการแสวงหากำไร และให้ระบุแหล่งที่มา