|
ตื่นเถิด!! โอ้ผู้สะสมทรัพย์เพื่ออวดอ้าง... อธิบายสูเราะฮฺ อัตตะกาษุร จากหนังสือ ฟีสิลาลิลกุรอาน  เขียนโดย อุสต๊าซ สัยยิต กุฏบฺ อบุล อิซซฺ แปลและเรียบเรียง
“การสะสมทรัพย์สมบัติเพื่ออวดอ้างได้ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลิน จนกระทั่งพวกเจ้าได้เข้าไปเยือนหลุมฝังศพ แล้วเปล่าเลย พวกเจ้าจะได้รู้ มิใช่เช่นนั้น ถ้าพวกเจ้าได้รู้อย่างแท้จริงแล้ว แน่นอนพวกเจ้าจะเห็นไฟที่ลุกโชน แล้วแน่นอนพวกเจ้าจะได้เห็นมัน ด้วยสายตาที่แน่ชัด แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถามเกี่ยวกับความโปรดปรานที่ได้รับ” [สูเราะฮฺ อัตตะกาษุรฺ 102: 1-8]
ตื่นเถิดพี่น้องมุสลิมีนและมุสลิมะฮฺ แล้วเพ่งความสนใจยังคำเตือนที่ปรากฎในซูเราะฮฺนี้เสีย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ซูเราะห์นี้มีจังหวะลีลาที่สง่างามและสร้างแรงบันดาลใจอย่างน่าเกรงขามราวกับเป็นเสียงจากผู้เตือนคนหนึ่งที่ยืนเด่นอยู่บนที่สูงแล้วกู่เสียงร้องออกไปด้วยท่วงทำนองอันหนักแน่น เป็นผู้เตือนที่เรียกร้องผู้คนที่งัวเงียมึนเมาและสับสน โดยที่พวกเขากำลังมุ่งสู่หุบเหวแห่งหายนะด้วยดวงตาที่หลับใหลและด้วยสติที่ไร้การรับรู้ ดังนั้นผู้เตือนจึงเพิ่มความดังจนสุดเสียงร้องซ้ำออกไปว่า “การสะสมทรัพย์สมบัติเพื่ออวดอ้างได้ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลิน จนกระทั่งพวกเจ้าได้เข้าไปเยือนหลุมฝังศพ” พวกเจ้ามึนเมาและสับสนอย่างมากมาย พวกเจ้าซึ่งพึงพอใจและลุ่มหลงอยู่ในทรัพย์สมบัติลูกๆและความสะดวกสบายของชีวิต มึนงงและสับสนต่อสถานที่พวกเจ้าจะต้องจากไปอย่างแน่นอน พวกเจ้าซึ่งหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ครอบค รองมิได้ตระหนักนึกสิ่งที่จะตามมา พวกเจ้าซึ่งจะต้องลาจากวัตถุที่เฝ้าสะสมและสิ่งที่พวกเจ้าอวดโอ้เพื่อไปยังหลุมศพอันคับแคบ สถานที่ที่ไม่มีการสะสมทรัพย์และการอวดโอ้ลำพอง พวกเจ้าทั้งหลายจงตื้นขึ้นเถิด แล้วมองไปโดยรอบ เพราะแท้จริงแล้ว “การสะสมทรัพย์สมบัติเพื่ออวดอ้างได้ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลิน จนกระทั่งพวกเจ้าได้เข้าไปเยือนหลุมฝังศพ” ด้วยจังหวะที่ลุ่มลึกและหนักหน่วง ต่อมาอัลกุรอานจึงจู่โจมหัวใจของพวกเขาอย่างน่าหวาดหวั่น รอคอยพวกเขามายังหลุมฝังศพ “แท้จริงพวกท่านจะได้รู้” จากนั้นอัลกุรกล่าวซ้ำอีกครั้งด้วยท่วงทำนองเดียวก้น ด้วยคำที่เหมือนกันและความหนักแน่นที่เท่ากันและด้วยลีลาที่สร้างความหวาดหวั่น “มิใช่เช่นนั้น ถ้าพวกเจ้าได้รู้อย่างแท้จริงแล้ว” จากนั้นจึงได้เติมสู่ส่วนลึกและความหวาดผวาของการให้ความมั่นใจนี้ และบอกเป็นนัยถึงอนาคตอันรุนแรงที่อยู่อีกฟากหนึ่ง “แล้วเปล่าเลย พวกเจ้าจะได้รู้” ประโยคเงื่อนไขนี้มีข้อความไม่ครบถ้วน แต่เป็นที่ยอมรับในภาษาอาหรับในฐานะที่เป็นรูปแบบที่ละเอียดอ่อน ซึ่งสร้างความรู้สึกไหวหวั่นอันเกิดจากซูเราะฮฺนี้ สิ่งที่ส่อถึงในที่นี้คือพวกเขาได้รับรู้แล้วในสิ่งที่ควรรู้ว่าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน พวกเขาไม่ควรจมดิ่งอยู่กับการสะสมทรัพย์โดยได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อย จากนั้นซูเราะฮฺนี้ได้เผยความจริงอันน่าหวาดผวาที่ถูกหน่วงเหนี่ยวไว้ “พวก เจ้าจะได้เห็นไฟนรกที่ลุกโชนอย่างแน่นอน” จากนั้นได้ตอกย้ำความจริงข้อนี้ แล้วทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจของผู้คนยิ่งลึกขึ้นไปอีก “แน่นอนพวกเจ้าจะได้เห็นมันด้วยสายตาที่แน่ชัด” สุดท้ายซูเราะฮฺนี้ได้วางอายะฮฺหลังสุดที่ทำให้ผู้ที่มึนเมากลับมีสติ ผู้ที่เซื่องซึมเริ่มตระหนัก ผู้สับสนเริ่มตั้งใจและผู้ที่ปล่อยตัวปล่อยใจเริ่มเข้าใจในความหมกมุ่นอยู่กับความสะดวกสบายและความพึงพอใจทางโลกของตัวเอง “แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถาม เกี่ยวกับความโปรดปรานที่ได้รับ” พวกเจ้าจะถูกถามสิ่งดังกล่าวทั้งหมด พวกเจ้าได้มาด้วยวิธีใด ใช้จ่ายไปอย่างไร ได้มาจากแหล่งที่อนุมัติหรือไม่และจ่ายออกไปด้วยรูปแบบที่หะลาลหรือเปล่า หรือได้มาจากแหล่งต้องห้ามและด้วยวิธีการที่เป็นบาป พวกเจ้าได้สรรเสริญและขอบคุณอัลลอฮฺสำหรับสิ่งที่ได้มาหรือว่ามิได้กระทำ บริจาคให้ผู้ขัดสนตามสิทธิที่พวกเขาควรได้รับหรือไม่ หรือว่าพวกเจ้าสะสมเพื่อตัวของพวกเจ้าเอง “แล้วในวันนั้นพวกเจ้าจะถูกสอบถาม” ในสิ่งที่พวกเจ้ารวบรวมและสร้างสมทรัพย์สินและสิ่งที่พวกเจ้าโอ้อวด นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องแบกรับแต่ด้วยความหมกมุ่นและความเพลิดเพลินทำให้พวกเจ้าคิดคำนึงเพียงเล็กน้อย แต่ในด้านหนึ่งคือการรับผิดชอบอันหนักหน่วงวางอยู่ข้างหน้า นี่คือซูเราะฮฺที่ชัดแจ้งในตัวเอง เป็นซูเราะห์ที่ส่งผลสะเทือนต่อความรู้สึกของมนุษย์ต่อปัญหาแห่งวันโลกหน้า หลงลืมไปว่าชีวิตในทางโลกนั้นเป็นสิ่งที่น้อยนิดและเป็นเพียงส่วนเล็กน้อยที่สร้างพึงพอใจแก่ผู้ความคิดของเขากลวงเปล่า ซูเราะฮฺนี้ได้ฉายให้เห็นภาพของชีวิตในทางโลกว่าเป็นเพียงการขยิบตาชั่ว แล่นเมื่อเทียบกับความยาวนานของการมีอยู่ “การสะสมทรัพย์สมบัติเพื่ออวดอ้างได้ทำให้พวกเจ้าเพลิดเพลิน จนกระทั่งพวกเจ้าได้เข้าไปเยือนหลุมฝังศพ” ความชั่วแล่นของโลกนี้ยุติลงแล้วและใบไม้เล็กๆได้พลิกตัวกลับแล้ว ชีวิตหลังความตายทอดยาวอยู่ด้านหน้าเช่นเดียวกับสิ่งที่ต้องแบกรับ ท่วงทำนองของซูเราะฮฺนี้ได้สร้างการอนุมานดังกล่าว บรรลุถึงการสอดประสานระหว่างความจริงกับการแสดงความรู้สึก เมื่อใดที่มนุษย์คนหนึ่งได้อ่านซูเราะฮฺที่สร้างแรงบันดาลใจอันน่าหวาดหวั่นและเป็นซูเราะฮฺอันน่าเกรงขามนี้ เขาจะสัมผัสถึงท่วงทำนองที่ทะยานสู่ฟากฟ้าในขณะเริ่มต้นและแล้วดิ่งทะยานลงมาเบื้องล่างในตอนท้าย เขารับรู้ถึงภาระแห่งชีวิตที่แสนสั้นซึ่งวางอยู่บนไหล่ราวกับว่าเขาเดินแบกมาอย่างหนักหน่วงตลอดเส้นทาง จากนั้นเขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองถึงการงานที่เขาได้ปฏิบัติว่าช่างเล็กน้อยเสียเหลือเกินและอาจไม่มีสลักสำคัญใดๆ ................................................. |