คุรรัม มุร็อด หนึ่งในสถาปนิกแห่งอิสลามร่วมสมัย

โดย ศ. คูรชีด อะหฺมัด อบูริญาล แปล
คุรรัม มุร็อด เกิดใน เมืองโบพาล ประเทศอินเดียในปี 1932 และอพยพไปปากีสถานในปี 1948 เขาจบวิศวกรรมโยธา ที่มหาวิทยาลัยการาจี ( ปี 1952), โดยได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และจึงได้ไปเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย มินีโซตา สหรัฐอเมริกา (วิทยศาสตร์ มหาบัณฑิต 1958), ...
เขาทำงานเป็นหัวหน้าวิศวกรที่ปรึกษา ในการาจี , ดากา , เตะหราน และ ริยาด โดยทำงานเป็นหัวหน้าวิศวกร และ ผู้อำนวยการ ให้กับ บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาร่วม ซึ่งเขาเป็นผู้รับผิดชอบ งานออกแบบและ การใช้พลังงานไฟฟ้าในการขยายมัสยิด อัลฮะรอม, มักกะฮฺ และคุรรัม มุร็อด มีบทบาทสำคัญในการคิดค้นและวางแผนงานดำเนินการขยายมัสยิดอัลฮะรอม
ตลอดชีวิตของคุรุรัม มุร็อด ตั้งแต่วัยหนุ่ม เขาได้อุทิศตนในการรับใช้ขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม โดยเขาเริ่มต้นกับ ญะมาอัต-อี-อิสลามี ในโบพาล ซึ่งขณะที่เป็นนักศึกษาเขาได้เข้าร่วม ขบวนการนักศึกษาอิสลาม ปากีสถาน (อิสลามีย์ ญะมิอัต เฏาะลาบะฮฺ ปากีสถาน( และจากนั้นจึงเข้าร่วมกับขบวนการในการาจี เดือน พฤศจิกายน ปี 1948
ในขบวนการนักศึกษาอิสลาม เขาได้เป็นประธานหน่วยงานของเมืองการาจี ในปี 1949-1950 และ ประธานสูงสุดของปากีสถานในปี 1951-1952 หลังจากสิ้นสุดการเป็นนักศึกษา เขาก็ร่วมกับ ญะมาอัต-อี-อิสลามี ปากีสถาน และ เป็นผู้นำ(อมีร)ในเมืองที่สำคัญอย่าง ดากา 1963-1971 และ ละโฮร์ ในปี 1987-1989 และเป็นสมาชิกของสภาชูรอ และคณะกรรมการบริหารของญะมาอัต-อี-อิสลามี และในปี 1987 -1996 เป็นรองหัวหน้า(นะอิบ อมีร)ของ ญะมาอัต-อี-อิสลามี
ในปี 1992 เขาได้รับการแต่งตั้งเป็น บรรณาธิการ ของ วารสารรายเดือน ตัรญมัน อัลกุรอาน ของละโฮร์ ซึ่งเป็นวารสารที่ได้รับการก่อตั้งโดย เมาลานา อบุล อะลา เมาดูดีย์ ในปี 1932 และยังคงเป็นวารสารแถวหน้าที่สำคัญสำหรับขบวนการเคลื่อนไหวเพื่ออิสลามของอนุทวีป(อินเดีย ปากิสตาน)
คุรุรัม มุร็อด มีชื่อเสียงในเรื่องของสติปัญญาอันกว้างขวางในความเข้าใจอิสลามร่วมสมัย เขาเป็นทั้งนักคิด นักพูด นักเขียนที่มีผลงานมากมาย เขาจึงจัดเป็นหนึ่งในบรรดาสถาปนิกของการฟื้นฟูอิสลามปัจจุบัน
ขณะที่การทำงานดะวะฮฺของเขาเริ่มขึ้นที่ ปากีสถาน เขาได้รับการข้องเกี่ยวในการส่งเสริมการเคลื่อนไหวอิสลามในเอเชีย ยุโรป แอฟริกา รวมทั้งอเมริกา ในฐานะของอาจารย์ และนักดาอีย์(นักเผยแผ่) คำปราศรัยของเขา และการพูดที่ลึกซึ้ง เป็นแรงบันดาลใจให้กับ คนหนุ่มสาว จำนวนมากทั่วโลก
เขามีบทบาทเป็น ผู้สร้างบุคลิกภาพ ให้กับคนหนุ่มสาวในขบวนการเคลื่อนไหวอิสลาม ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าฝ่ายฝึกอบรมของญะมิอัต เฏาะลาบะฮฺ และ ญะมาอัต-อี-อิสลามี และ เป็นผู้คิดค้นกิจกรรมของโปรแกรมการฝึกอบรมในสหราชอณาจักร และ อเมริกา
เขายังได้รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการของ Islamic Foundation ที่ตั้งอยู่ในเมือง เลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ (www.islamic-foundation.org.uk) และเป็นคนวงในท่ามกลางมุสลิมในสหราชอณาจักร ตลอดทศวรรษ 70-80
ผู้เขียนที่มีผลงานมากกว่า30ชิ้น ในภาษา อุรดู และ อังกฤษ และ ความคิดของเขามีอิทธิพล ในมุสลิมสองรุ่น(ปี70-80)ทั่วโลก
นี่เป็นส่วนหนึ่งของผลงานชิ้นสำคัญของเขา "Way to the Qur'an," (แปลเป็นไทยแล้วในชื่อ วิถีศึกษา อัลกุรอาน) "Inter-Personal Relations in an Islamic Movement" (Urdu), "Islamic Movement in the West: Reflections on Some Issues," "Lam'at-e-Zandan," (Urdu), "Shari'ah: The Way to God" and "Shari'ah: The Way to Justice," "Key to al-Baqarah", "Quranic Treasures,", "Gifts from Muhammad," (forthcoming), "Who is Muhammad" (forthcoming), คุรุรัม มุร็อดเปรียบเป็นสัญลักษณ์ของเมาลานา อบุล อะลา เมาดูดีย์ ในฐานะเป็นผู้แปล และผู้ถ่ายทอดงานของ ท่านที่สำคัญ เช่น "Let us be Muslims," มาเข้าใจอิสลามกันเถิด(แปลเป็นไทยแล้ว) "Islamic Movement: Dynamics of Values, Power and Change," และ "The Islamic Way of Life," อิสลาม ระบอบแห่งการดำเนินชีวิต (ร่วมกับ คุรชีท อะหมัด แปลเป็นไทยแล้ว) เขายังได้ เรียบเรียง งานชิ้นที่บุกเบิกของ เมาลานา อบุลฮะซัน อันนัดวีย์ ที่ชื่อ Muslims in the West: Message and the Mission."
คุรรัม มุร็อด ยังได้เขียนหนังสือสำหรับเด็กเกือบสิบเล่ม เรียบเรียงและจัดทำวิดิโอเกี่ยวกับ ชีวิตของท่านนบีมุฮัมหมัด ศ็อลลัลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม. และเขียนบทความจำนวนมากในวารสารและนิตยสารต่างๆ แผ่นเสียง วิดิโอ เทป มากกว่าสี่ร้อยชิ้น ของคุรรัม มุร็อด แจกจ่ายไปทั่วปากีสถาน และส่วนต่างๆของโลกมุสลิม
ช่วงยี่สิบปีสุดท้ายของเขา คุรรัม มุร็อดได้ไปเกี่ยวข้องกับการดะวะฮฺอิสลามและสนทนาระหว่างความเชื่อในตะวันตก ในความสัมพันธ์อันนี้ ทำให้เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ จำนวนมากในการประชุม และ สัมมนา เขาอุทิศในการริเริ่มและส่งเสริมการคิดกลยุทธ์ในประเด็นการดะวะฮฺในประเทศมุสลิมพอๆกับในประเทศที่มุสลิมเป็นคนส่วนน้อยแต่มีจำนวนมาก
ในฐานะของผู้นำของขบวนการเคลื่อนไหวอิสลามเขาได้ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อสิทธิของประชาชน ทำให้เขาถูกกักขังเข้าคุกโดยปราศจากการสอบสวน ในปี 1964 ที่ดากา 3 เดือน และเป็นเชลยสงครามในอินเดีย เกือบ 3ปี หลังจากฤดูใบไม้ร่วงที่ดากาในปี1971การเสียชีวิตของเขามีขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคม 1996 ( 9 ชะอฺบาน ฮ.ศ. 1417) ที่โรงพยาบาล เกล็นฟิลด์ เมืองเลสเตอร์
ด้วยความเคารพ
ครุชีด อะหมัด
อิสลามิค เฟาเดชั่น , เลสเตอร์ |